การบริการ

การสะกดจิตบำบัด

          เทคนิควิธีที่ใช้สำหรับบำบัดอาการอันเกิดจากความคิด อารมณ์ ความรู้สึก หรือเป็นพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ผู้รับการบำบัดรู้สึกผ่อนคลายก่อนในขั้นแรกจากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการบำบัดหรือพัฒนาสิงต่างๆต่อไป การสะกดจิตบำบัดในเทคนิควิธีของบ้านสะกดจิตนี้ เป็นการผสมผสานศาสตร์การสะกดจิต และจิตวิทยาเข้าด้วยกัน ทุกขั้นตอนการบำบัดทำโดยนักจิตวิทยาเท่านั้น

(อ่านเพิ่มเติม..)

จิตบำบัดและการปรับพฤติกรรม

         รูปแบบการบำบัดที่จะช่วยให้ผู้เข้ารับการบำบัดสามารถเปลี่ยนแปลงความคิด อารมณ์ รวมไปถึงพฤติกรรมได้ด้วยตนเอง ให้เกิดความเข้าใจที่มา – ที่ไปของปัญหา และสามารถหาทางออกได้ โดยมีนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญคอยช่วยเหลือ กระตุ้นให้ผู้รับการบำบัดเข้าสู่กระบวนการคิดที่ถูกต้องเหมาะสม เป็นการผสานความรู้ทางทฤษฎีด้านจิตวิทยา และทฤษฎีการทำจิตบำบัดที่มีมากมายหลากหลาย เช่น การบำบัดความคิดและพฤติกรรม การบำบัดแบบsatir’s การบำบัดความคิดและพฤติกรรม การบำบัดโดยอิงทฤษฎีจิตวิเคราะห์ เป็นต้น 

         นอกจากนี้ยังมีการใช้โปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ อิงหลักการของทฤษฎีการเรียนรู้ เช่น พฤติกรรมการดึงผมบนศรีษะของเอง พฤติกรรมการทานอาหารจุบจิบ พฤติกรรมการนอนดึก พฤติกรรมการตื่นสาย เป็นต้น โดยโปรแกรมการปรับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้จะถูกออกแบบอย่างเฉพาะตัว จากนักจิตวิทยาโดยตรง ทั้งยังคอยควบคุมและให้คำแนะนำด้วย

(อ่านเพิ่มเติม..)

การให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา

        เป็นเทคนิควิธีในการทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น โดยใช้การพูดคุยกับผู้รับบริการเพื่อให้มองเห็นปัญหา ซึ่งปัญหาในแต่ละปัญหานั้นอาจมีวิธีการรับมือที่แตกต่างกันไป บางปัญหาไม่ได้ต้องการการแก้ไข ต้องการเพียงการยอมรับ บางปัญหาต้องแก้ที่ใจเราเอง บางปัญหาเกิดจากอารมณ์และความรู้สึกส่วนตัว ข้อสรุปเหล่านี้เราจะพบได้โดยการใช้เทคนิควิธีการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาเท่านั้น 

       การให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาแตกต่างจากการให้คำปรึกษาหรือการสนทนาโดยทั่วๆไป กล่าวคือ การให้คำปรึกษาทางจิตวืทยา มีการใช้ทฤษฎีมาจับกับปัญหาของผู้รับบริการ ทำให้เข้าใจตัวตน อารมณ์ และความรู้สึกของผู้รับบริการได้ดี สามารถตั้งคำถามเพื่อให้ผู้รับบริการตอบไปพร้อมๆกับการทบทวนตนเองได้

(อ่านเพิ่มเติม..)

Brain Function Development

        การพัฒนาความคิดและสมอง มิใช้เพียงการบำบัด แต่เป็นการสร้าง ให้เกิดการพัฒนาการทำงานของสมอง โดยอาศัยหลักการทางประสาทวิทยาที่ถูกค้นพบเมื่อเร็วๆนี้ว่า สมองของเราสามารถปรับเปลี่ยนได้โดยการทำซ้ำ หรือที่เรียกว่า Neuroplasticity ด้วยหลักการนี้เอง การบริหารสมองด้วยกิจกรรมที่เราได้สร้างขึ้นตามโปรแกรมจะช่วยให้ผู้สูงอายุ ที่มีความเสี่ยงในการสูญเสียความทรงจำนั้นได้ถูกกระตุ้นให้สมองตื่นตัว สมองส่วนที่เคยทำงานน้อยมากๆก็จะถูกกระตุ้นให้มีการทำงานมากขึ้น ลดความเสี่ยงในการสูญเสียความทรงจำด้วย

        สวนในช่วงวัยอื่นๆ ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดการทำงานของสมองส่วนที่ทำงานน้อยลงได้มากขึ้น เช่น ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีนั้นพบว่าสมองส่วนหน้ายังทำงานได้ไม่เต็มที่ ซึ่งในช่วงวัยนี้มีโอกาสเสี่ยงหลากหลายรูปแบบ การพัฒนาสมองส่วนหน้าจะทำให้ผู้รับบริการรู้จักทบทวนเหตุผล ทบทวนการคิด โดยเฉพาะในเด็กสมาธิสั้น เป็นต้น

(อ่านเพิ่มเติม..)

สไลด์2


Hit Counter by http://yizhantech.com/